รายงานนี้อธิบายว่าทำไมหนี้สินของบริษัทจึงเพิ่มขึ้นหลังการลงนาม LOI เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2568 และแสดงให้เห็นว่าหนี้ที่เพิ่มขึ้นทุกบาท ยังคงอยู่ในบริษัทในรูปของทรัพย์สินจริง
| ช่วงเวลา | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 4 ส.ค. 2568 ลงนาม LOI | บริษัทมีโรงงานเพียงหลังเดียว นอกจากเงินกู้โรงงานแล้ว มีหนี้อื่นอยู่ 18 ล้านบาท เพดานหนี้ 18 ล้านบาทจึงกำหนดจากตัวเลขนี้ |
| ส.ค. 2568 | การปรับปรุงโรงงานต้องใช้เงินที่บริษัทไม่มี เจ้าของจึงใส่เงินส่วนตัว 8 ล้านบาท และตกลงกันว่าจะคืนเงิน 8 ล้านบาทนี้จากเงินลงทุน |
| ส.ค. – ธ.ค. 2568 | เงิน 8 ล้านบาทเป็นเพียงเงินก้อนแรก ตัวเลขปิดบัญชีสิ้นปีของนักบัญชีแสดงว่าค่าปรับปรุงโรงงานทั้งหมดคือ 22 ล้านบาท ส่วนที่เพิ่มอีก 14 ล้านบาทกู้จากธนาคารสองแห่ง |
| 2568 – 2569 | เครื่องจักรและบรรจุภัณฑ์ที่อยู่ในแผนการลงทุนของ Kaona ถูกซื้อล่วงหน้าด้วยเงินกู้ธนาคาร เนื่องจากเงินลงทุนล่าช้า |
| [วันที่] | ซื้อโรงงานหลังที่สองเพื่อขยายกำลังการผลิต และได้แจ้ง Kaona ในขณะนั้นแล้ว |
| หนี้ (แหล่งเงิน) | ทรัพย์สิน (เงินอยู่ที่ไหนตอนนี้) |
|---|---|
| เงินส่วนตัวของเจ้าของ สำหรับปรับปรุงโรงงาน 8,000,000 บาท |
โรงงานหลังที่ 1 ที่ปรับปรุงแล้ว ที่ตั้ง: โรงงานหลังที่ 1 |
| เงินกู้ธนาคารสองแห่ง สำหรับปรับปรุงโรงงาน 14,000,000 บาท |
โรงงานหลังที่ 1 ที่ปรับปรุงแล้ว ที่ตั้ง: โรงงานหลังที่ 1 |
| เงินกู้ธนาคาร สำหรับเครื่องจักร [จำนวน] บาท |
เครื่องจักรการผลิต ที่ตั้ง: ติดตั้งอยู่ในโรงงาน |
| เงินกู้ธนาคาร สำหรับบรรจุภัณฑ์และวัตถุดิบ [จำนวน] บาท |
บรรจุภัณฑ์และวัตถุดิบ ที่ตั้ง: คลังสินค้า |
| เงินกู้สำหรับโรงงานหลังที่สอง [จำนวน] บาท |
โรงงานหลังที่ 2 (ที่ดินและอาคาร) |
| รวมหนี้ที่เพิ่มขึ้น: [ยอดรวม] บาท | รวมทรัพย์สินที่ได้มา: [ยอดรวม] บาท |
ทุกรายการมีใบเสร็จรับรอง เครื่องจักรอยู่ในโรงงาน บรรจุภัณฑ์อยู่ในคลังสินค้า สามารถเข้าตรวจสอบได้ตลอดเวลา ไม่มีเงินก้อนใดถูกใช้ไปกับค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายทั่วไป