รายงานหนี้สินของบริษัทหลังการลงนาม LOI

เรียน: Kaona / คุณ Pat
จาก: Kim Hwan, บริษัท สบู่ (ประเทศไทย) จำกัด
วันที่: 16 ตุลาคม 2569

1. วัตถุประสงค์

รายงานนี้อธิบายว่าทำไมหนี้สินของบริษัทจึงเพิ่มขึ้นหลังการลงนาม LOI เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2568 และแสดงให้เห็นว่าหนี้ที่เพิ่มขึ้นทุกบาท ยังคงอยู่ในบริษัทในรูปของทรัพย์สินจริง

2. ลำดับเหตุการณ์

ช่วงเวลาเหตุการณ์
4 ส.ค. 2568
ลงนาม LOI
บริษัทมีโรงงานเพียงหลังเดียว นอกจากเงินกู้โรงงานแล้ว มีหนี้อื่นอยู่ 18 ล้านบาท เพดานหนี้ 18 ล้านบาทจึงกำหนดจากตัวเลขนี้
ส.ค. 2568การปรับปรุงโรงงานต้องใช้เงินที่บริษัทไม่มี เจ้าของจึงใส่เงินส่วนตัว 8 ล้านบาท และตกลงกันว่าจะคืนเงิน 8 ล้านบาทนี้จากเงินลงทุน
ส.ค. – ธ.ค. 2568เงิน 8 ล้านบาทเป็นเพียงเงินก้อนแรก ตัวเลขปิดบัญชีสิ้นปีของนักบัญชีแสดงว่าค่าปรับปรุงโรงงานทั้งหมดคือ 22 ล้านบาท ส่วนที่เพิ่มอีก 14 ล้านบาทกู้จากธนาคารสองแห่ง
2568 – 2569เครื่องจักรและบรรจุภัณฑ์ที่อยู่ในแผนการลงทุนของ Kaona ถูกซื้อล่วงหน้าด้วยเงินกู้ธนาคาร เนื่องจากเงินลงทุนล่าช้า
[วันที่]ซื้อโรงงานหลังที่สองเพื่อขยายกำลังการผลิต และได้แจ้ง Kaona ในขณะนั้นแล้ว

3. หนี้ที่เพิ่มขึ้น เทียบกับทรัพย์สินที่ได้มา

หนี้ (แหล่งเงิน)ทรัพย์สิน (เงินอยู่ที่ไหนตอนนี้)
เงินส่วนตัวของเจ้าของ สำหรับปรับปรุงโรงงาน
8,000,000 บาท
โรงงานหลังที่ 1 ที่ปรับปรุงแล้ว
ที่ตั้ง: โรงงานหลังที่ 1
เงินกู้ธนาคารสองแห่ง สำหรับปรับปรุงโรงงาน
14,000,000 บาท
โรงงานหลังที่ 1 ที่ปรับปรุงแล้ว
ที่ตั้ง: โรงงานหลังที่ 1
เงินกู้ธนาคาร สำหรับเครื่องจักร
[จำนวน] บาท
เครื่องจักรการผลิต
ที่ตั้ง: ติดตั้งอยู่ในโรงงาน
เงินกู้ธนาคาร สำหรับบรรจุภัณฑ์และวัตถุดิบ
[จำนวน] บาท
บรรจุภัณฑ์และวัตถุดิบ
ที่ตั้ง: คลังสินค้า
เงินกู้สำหรับโรงงานหลังที่สอง
[จำนวน] บาท
โรงงานหลังที่ 2 (ที่ดินและอาคาร)
รวมหนี้ที่เพิ่มขึ้น: [ยอดรวม] บาท รวมทรัพย์สินที่ได้มา: [ยอดรวม] บาท

ทุกรายการมีใบเสร็จรับรอง เครื่องจักรอยู่ในโรงงาน บรรจุภัณฑ์อยู่ในคลังสินค้า สามารถเข้าตรวจสอบได้ตลอดเวลา ไม่มีเงินก้อนใดถูกใช้ไปกับค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายทั่วไป

4. จุดยืนของเรา

  1. เพดานหนี้ 18 ล้านบาทตั้งขึ้นโดยคาดว่าเงินลงทุนจะเข้ามาตามกำหนด แต่เงินลงทุนไม่เข้ามานานกว่าหนึ่งปี บริษัทไม่สามารถหยุดรอโดยไม่ลงทุนอะไรเลยได้
  2. สิ่งที่ซื้อด้วยหนี้ที่เพิ่มขึ้น คือรายการเดียวกับที่ Kaona วางแผนจะซื้อด้วยเงินลงทุน เงินลงทุนของ Kaona จึงนำไปใช้ด้านอื่นได้ และ Kaona ได้เข้ามาในบริษัทที่มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเร็วกว่ากำหนดหนึ่งปี
  3. หนี้เพิ่มขึ้น แต่ทรัพย์สินก็เพิ่มขึ้นในจำนวนเท่ากัน มูลค่าสุทธิของบริษัทจึงไม่ลดลง
  4. ทุกครั้งที่มีการลงทุน ได้แจ้งคุณ Pat ในขณะนั้นแล้ว

5. ขอให้ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร

  1. เงินกู้ของโรงงานทั้งสองหลัง ไม่นับรวมในเพดานหนี้ 18 ล้านบาท
  2. หนี้ที่เพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงโรงงาน เครื่องจักร และบรรจุภัณฑ์ เป็นการดำเนินการตามแผนการลงทุนล่วงหน้า จึงไม่นำมาปรับลดราคาซื้อขาย
  3. ข้อตกลงที่จะคืนเงิน 8 ล้านบาทให้เจ้าของจากเงินค่าหุ้นบุริมสิทธิ ยังคงเป็นไปตามเดิม

6. หลักฐานที่มี